UID:10488907

[emoji]สวัสดีทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ บทความเนื้อหาใหม่ของแดนสวรรค์แห่งอดีตประจำแพทช์ v5.5 ในแพทช์นี้ได้เพิ่มตัวเข้าโหมดอีก 2 ตัว แถมยังเป็นตัวระดับ S อีก มาแบบดับเบิ้ล! และการมาแก้มือของโบเบียสที่คอร์ 1 โดนปรับความสามารถไป บัดนี้กลับมาพร้อมกับคอร์ 2 พร้อมของคาลปาสด้วย จะดีจะเด่นจะเก่งแค่ไหน เชิญรับชมกันได้เลยครับ
เนื้อหาทั้งหมด
1.เนื้อหาใหม่แดนสวรรค์แห่งอดีต v5.5
2.ระดับความยากหมุนเวียนประจำแพทช์
3.คอร์ใหม่ของ Kalpas,Mobius
4.ความสามารถและแนวทางการเล่นของ Palatinus Equinox
5.ความสามารถและแนวทางการเล่นของ Spina Astera
6.ข้อความจากผู้เขียน
ย้อนกลับไปยังหน้าภาพรวมเวอร์ชั่น v5.5 >>> ภาพรวม v5.5 กำเนิดสมดุลสวรรค์

[1.] เนื้อหาใหม่แดนสวรรค์แห่งอดีต v5.5
[ เนื้อหาใหม่ ]

- เพิ่ม Palatinus Equinox ,Spina Astera ลงแดนสวรรค์แห่งอดีต
(การปรับแต่งเฉพาะ + สกิลตราเฉพาะ [Elysia] และวิธีการเล่น ไปที่หัวข้อ 4. และ 5. ได้เลยนะครับ)

- Kalpas,Mobius ได้รับคอร์เซ็ตใหม่ [ไปที่หัวข้อ 3. ได้เลย]
= เผื่อกัปตันที่ยังไม่เข้าใจคอร์เซ็ตใหม่ หรือ Core Set 2 คือความสามารถชุดใหม่และเสริมพลังแบบใหม่ ของตราวีรชนนั้นๆ
*** ยกตัวอย่างเช่น Eden คอร์ 1 :: เมื่อฟื้นฟู SP เกิน 100 หน่วยจะเกิดไฟฟ้าผ่าใส่ศัตรู
Eden คอร์ 2 :: เมื่อมีการใช้ SP อย่างต่อเนื่อง จะได้รับชาร์จตามจำนวน SP ที่ใช้ไปและจะหมดลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นความเสียหายทั้งหมดของวาลคีเรียจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


- เพิ่มเติมรายละเอียดของวาลคีเรียสนับสนุน
VC :: ลงมาเรียกหลุมดำเป็นเวลา 10 วิ ศัตรูจะถูกรวบมาตรงจุดศูนย์กลางและทำให้เลือดไหล ,ศัตรูที่ถูกดึงอยู่จะได้รับความเสียหายกายภาพระยะไกลเพิ่มขึ้น 27% สร้างความเสียหายลดลง 50%
DP :: เกิดมิติหยุดเวลานาน 12 วิ ในระหว่างนั้นจะเรียกสายฟ้าฟาดทุกๆ 2 วิ สร้างความเสียหายไฟฟ้า 100% ของพลังโจมตี และทำให้ติดสถานะอ่อนแอ ลดป้องกันลง 80% เป็นเวลา 5 วิ
SS :: ลงมาแช่แข็งศัตรูทั้งหมดและทำให้ได้รับความเสียหายกายภาพเพิ่มขึ้น 35% เป็นเวลา 12 วิ หลังจากแช่แข็งสิ้นสุดลงจะสร้างความเสียหายน้ำแข็ง 150% ของพลังโจมตี
LE :: ฟื้นฟู SP 50 หน่วย
VK :: ออกมาโจมตีสร้างความเสียหายไฟ 2650% + ความเสียหายกายภาพ 350% ของพลังโจมตี จากนั้นโจมตีด้วย Might of An-Utu สร้างความเสียหายไฟ 2600% ของพลังโจมตี
BKE :: ออกมาปล่อยท่าไม้ตาย สร้างความเสียหายกายภาพ 930% ของพลังโจมตี (ความเสียหายจะลดลง เมื่อเล่นในระดับยากที่ต่ำกว่า 85) และบล็อกการโจมตีทั้งหมดให้วาลคีเรียเป็นระยะเวลาสั้นๆ
AE :: ลงมาดึงรวบศัตรูและสร้างความเสียหายไฟ 1500% ของพลังโจมตีแก่ศัตรูทั้งหมด (ความเสียหายจะลดลง เมื่อเล่นในระดับยากที่ต่ำกว่า 85) สร้างความเสียหายธาตุทั้งหมดเพิ่มขึ้น 30% แก่ศัตรูที่ถูกโจมตีเป็นเวลา 15 วิ ตัวละครที่อยู่ในสนามรบจะฟื้นฟู SP 1 หน่วยต่อวินาที การต้านทานขัดจังหวะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และทะลวงการป้องกันธาตุเพิ่มขึ้น 16%
BD :: ลด HP ปัจจจุบันลง 30% สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 60% เป็นเวลา 10 วินาที


[ บอสใหม่ แฮชเชอร์แห่งการครอบงำ ]
- จะเจอก็ต่อเมื่อเลือกออฟชั่นของตัวปรับระดับความยาก [10 : เปลี่ยนบอสชั้นที่ 16 เป็น HoD-Minion]
- ท่าขัดจังหวะเยอะ เลเซอร์สุดแรง เกราะแตกก็ต้องตีแกน แกนไม่แตกก็ต้องมาตีเกราะใหม่วนเวียนไปเรื่อยๆ

[2.] ระดับความยากหมุนเวียนประจำแพทช์ v5.5


[3.] Kalpas,Mobius ได้รับคอร์ใหม่

[ Kalpas ตราทำลายล้าง ]
อธิบาย คอร์ :: HP จะถูกล็อคไว้ ตัวละครจะฟื้นฟู HP ได้ไม่เกิน 18% ของ HP ทั้งหมด ,ทุกๆฮีล ที่ตัวละครได้รับจะถูกนำไปชาร์จเป็น [BA: Bloodboil Armor] ทุกแต้มของ [BA] จะเพิ่ม HP สูงสุดให้เรา 1 หน่วยถาวร จนกว่าจะจบชั้นนั้นๆ
อธิบายเพิ่ม 1 :: ตราเสริมพลัง ต่างๆ จะช่วยเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของ [BA] แต่ละตราเสริม เมื่อ [BA] เกิน 1500 หน่วยจะให้เอฟเฟกต์พิเศษที่แตกต่างกันออกไป
สรุป :: เหมาะกับวาลคีเรียที่มีเกราะป้องกันตัวเอง และฮีลได้จำนวนมาก เช่น HoF ,PE

[ Mobius ตราไม่สิ้นสุด ]
อธิบายคอร์ :: ทุกวินาที จะชาร์จค่า Progress 5% เมื่อถึง 100% จะเข้าสู่สถานะ [PT: Parallel Thinking] เป็นเวลา 12 วิ ,ระหว่างนี้ทุกการโจมตีของ สิ่งอัญเชิญและ ELF จะทำให้เกิดสถานะ [Sinisterness of Ouroboros] ทำความเสียหายตามคุณสมบัติของตัวละคร 400% เอฟเฟกต์นี้มีคูลดาวน์ 0.8 วิ
อธิบายเพิ่มเติม :: ยิ่งสิ่งอัญเชิญอยู่นาน สิ่งอัญเชิญนั้นๆ รวมถึงเอฟเฟกต์บางอย่างก็จะส่งผลมากขึ้นด้วย
สรุป :: เหมาะกับวาลคีเรียที่ใช้สิ่งอัญเชิญเป็นหลัก เช่น Rita AKA ,Mobius ,Fischl ,Kallen IR

*** ในเบต้าติดบัค ที่ทำให้ไม่สามารถผ่านไปยังบทที่ 2 ของแดนสวรรค์แห่งอดีตได้ เลยไม่สามารถปลดตรา [ไม่สิ้นสุด] มาทดสอบให้เล่น มีแต่ข้อความมาให้ อ่านแล้วลองวิเคราะห์กันดูนะครับ

[4.] ความสามารถและแนวทางการเล่นของ Palatinus Equinox

[ตราเฉพาะตัว]


การปรับแต่งพิเศษ
จำนวนสกิลหลบเพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้ง / ทุกครั้งที่เริ่มต่อสู้จะได้รับเกราะป้องกันความเสียหาย 80% ทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเวลา 15 วิ เมื่อใช้สกิลหลบจะสร้างเกราะขึ้นมาใหม่ และได้รับเอฟเฟกต์ [Knight Ward] ฟื้นฟู HP 25% ของ HP สูงสุด (หาก HP ที่มีอยู่ต่ำกว่า 20% ผลของการฟื้นฟูจะเพิ่มเป็นสองเท่า)

ความเสียหายกายเพิ่มขึ้น / ทุกๆ 1% ของ HP ที่เสียไปจะทำให้ท่า [แทงอย่างรุนแรง] (ท่าปิดหลังใช้ท่าหอกพุ่ง) สร้างความเสียหายกายภาพเพิ่มขึ้น 0.8% และการ [พุ่งทะลวง] (ท่าหอกพุ่งทะลวง) จะสร้างความเสียหายกายภาพเพิ่มขึ้น 0.3% การโจมตีแต่ละครั้งจะทำให้ HP ลดลง 5% และได้รับ SP 1 หน่วย พร้อมทั้งเผาผลาญ Knight Ward เพื่อฟื้นฟู ICHOR ทั้งหมด

ความเสียหายกาพภาพเพิ่มขึ้น / ท่าไม้ตายแรงขึ้น / หลังจากที่ใช้ท่าไม้ตายจะรีเซ็ตสกิลหลบ 2 ครั้ง

ความเสียหายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 25% / การโจมตีครั้งสุดท้ายของ Equinox Severance [ท่าคอมโบขวาน] โดนศัตรูจะทุบพื้นและเผาผลาญ Knight Ward สร้างความเสียหายกายภาพ 1800% ของพลังโจมตีแก่ศัตรูทั้งหมด และทำให้ติดสถานะอ่อนแอเป็นเวลา 15 วิ ลดพลังป้องกันลง 50%

ความเสียหายกายภาพเพิ่มขึ้น / สกิลอาวุธแรงขึ้น / การโจมตีสองครั้งแรกของ Equinox Severance [ท่าคอมโบขวาน] แต่ละครั้งจะฟื้นฟู SP เพิ่มเติม 3 หน่วย และลดคูลดาว์นท่าไม้ตายลง 1 วิ เอฟเฟกค์นี้มีคูลดาวน์ 20 วิ

ความเสียหายทั้งหมดเพิ่มขึ้น / เมื่อ PE เปลี่ยนร่างและปล่อยท่าไม้ตาย จะได้รับการเสริมพลัง สร้างความเสียหายกาพภาพเพิ่มขึ้น 50% เป็นเวลา 15 วิ ทำงานซ้ำ นับเวลาใหม่
[อาวุธและสติกม่าที่แนะนำ]


[SET_A] :: ดีทึ่สุด
[SET_B] :: ดีรองลงมา
[SET_C] :: เก่ง (หอก Abyss Flower จะใช้ท่าไม้ตายพิเศษไม่ได้ ใส่เพื่อเอาค่าสถานะล้วนๆ)
[SET_D] :: ดีพอได้ (ของที่สามารถสร้างได้ อันสุดท้ายก็ใช่แต่นานหน่อย..)
***สติกม่าอื่นๆ เช่น = Rebel's Blade ,Michel Angelo ,Newton[B]
แต่ละเซ็ตไปได้ไกลแค่ไหน?
[SET_A] :: สามารถผ่านได้ถึงระดับ 150
[SET_B,C] :: สามารถผ่านได้ถึงระดับ 130-140
[SET_D] :: ผ่านได้ถึงระดับ 130 (แบบดวงต้องดี + ฝีมือ)
[+ ข้อดี - ข้อด้อย]

+ ดาเมจรุนแรง ทั้งโหมดโล่และโหมดม้า
+ มีท่าโจมตีที่สามารถทำลายเกราะ Heimdall (ได้บ้าง)
+ ท่าไม้ตาย ทำดาเมจรุนแรง แถมโดนทั้งเกราะและคอร์ในครั้งเดียว (ศัตรูประเภทจินตภาพ)
+ มีจังหวะอมตะ และท่าป้องกันตัวที่ดี
+ สกิลอาวุธนำมาต่อคอบโบของบางท่าโจมตีได้ (ต้องมีอาวุธประจำตัว)
+ มีเกราะป้องกันความเสียหาย และ เอฟเฟกต์ฟื้นฟู HP ได้จำนวนมาก
+ ชนะทางบอส HoD ทัั้งทางตรงแลกทางอ้อม
+/- ขาดของประจำตัวก็ยังมีของสำรองที่หลากหลาย
- มีการออกท่าที่ซับซ้อน ต้องฝึกให้ชินมือ
- ท่าโจมตีบางท่าทำให้ศัตรูกระจายตัวออกจากกัน
- ต้องบริหารบัพโล่ให้ดี (ถ้าเล่นควบทะยาน) ไม่งั้นอาจจะปกป้อง HP ที่เหลือ 1 ไว้ไม่ทัน
- ขาดบัพเอลีเซีย ดาเมจจะแผ่วปลายพอสมควร
[แนวทางการเล่น]

[เพิ่มเติม]
- เริ่มที่ Kalpas ให้ได้ Core 2 ก่อน จะเก็บจนฟูลก่อน หรือเก็บ Kalpas ไปพร้อมกับ Sakura
- ด่านที่จะต้องสู้กับบอส Heimdall ถ้าเอา ตัวซัพ Durandal BKE คิดว่าไม่พอก็พวก VK ไปด้วยอีกตัว
- พังเกราะ Heimdall ด้วยการ ใช้ท่างัดให้ตรงจังหวะ (ท่าเสยขึ้นหลังจากใช้ท่าพุ่งโจมตี)
***เล่นได้สองสาย สายหอกทะลวงกับสายขวานฟาด (No.4 กับ No.5)
[วิธีคอมโบ]
เปลี่ยนเป็นโหมดม้า > ชาร์จโจมตี (พุ่งแทง) > (ถ้ามี [ควบทะยาน] เกจจะเต็มอีกรอบ) ชาร์จโจมตี (พุ่งแทง) > กดหลบ + พุ่งแทง 2 รอบ > ท่าไม้ตาย > (ถ้ามี [สวดภาวนา] ท่าไม้ตายจะเติมจำนวนหลบให้ 2 ครั้ง) > หลบ + พุ่งแทง 2 รอบ > ถ้าสกิลหลบหมด สลับมาร่าง Guardian > ใช้ชาร์จโจมตีขวาน > ยิง 3-4 นัด + ชาร์จโจมตีขวาน
หรือ วิ่งไปชาร์จให้เต็มแล้วกลับมาพุ่งแทงต่อ
[บันทึกการต่อสู้]

[ รายงาน A ]
อุปกรณ์ : Set_A เต็มทุกอย่าง
ความเห็น : เก่งสุดๆ สมคำร่ำลือ อลังการมาก (แม้จะมีพลาดตายบ้างจากการรีเกราะ) แต่นอนนั้นก็ไม่เป็นปัญหาให้ดูดู้แต่อย่างใด
Video >> ดูดู้ PE ระดับ 150

[ รายงาน B ]
อุปกรณ์ = Set_A (แต่อาวุธประจำตัว 5 ดาว)
สรุป = พึ่งปลดคาลปาส ในเบต้า เลยพลิกแพลงออกมาเป็นแบบนี้ จังหวะอมตะที่เยอะ ทำให้เลี้ยงบัพ Hua ได้ดีแบบไม่น่าเชื่อเลยยยยย

[5.] ความสามารถและแนวทางการเล่นของ Spina Astera

[ตราเฉพาะตัว]


- เกจ Astrum เต็มทันที เมื่อเริ่มการต่อสู้ / ระหว่างชาร์จโจมตี จะได้รับความเสียหายลดลง 30% และเอฟเฟกต์ Adamance
- ระหว่างใช้ท่า Astral Flare : Erupt จะเป็นอมตะ (ท่าชาร์จโจมตีครั้งที่ 3 หรือ ชาร์จโจมตีหลังท่าไม้ตาย)
- ในสถานะ AH: Astral Harness (เปิดโหมด) จะฟื้นฟู HP 40 หน่วยต่อวิ

**แปลงงทั้งไทยและENG เลย ขอตีความใหม่เป็น ...- ทุกครั้งที่ Astral Flare โจมตีโดนเป้าหมาย (โจมตีปกติในร่าง เปิดโหมด) จะสะสมจำนวนการยิง Star Blade 1 เล่ม [SB] จะทำความเสียหายไฟ 200% ของพลังโจมตี เมื่อปล่อยท่า Astral Flare: Erupt จะยิง Star Blade ที่สะสมออกไปทั้งหมด เมื่อออกจากสถานะ Astral Harness ดาบแต่ละเล่มที่ยิงออกไป จะฟื้นฟู SP 3 หน่วยและ Astrum 80 หน่วย สูงสุด 8 เล่ม

- เมื่อใช้ท่า AF: Ignite (เปิดโหมด) ,AF: Combust (ผลักพายุ) ,การโจมตีปกติครั้งที่ 4 ขณะที่อยู่ในสถานะ AH (เปิดโหมด) จะทำความเสียหายไฟ 500% ของพลังโจมตีแก่ศัตรูในระยะ 10 เมตร พร้อมทั้งดึงรวบมาด้านหน้าตัวละคร ทำให้เป้าหมายได้รับความเสียหายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 30%

- จำนวนครั้งในการสร้างความเสียหายของ AF+1 (โจมตีปกติ ขณะเปิดโหมด) และเมื่อ AF โจมตีโดนเป้าหมายตัวละครจะสร้างความเสียหายไฟเพิ่มขึ้น 60% เป็นเวลา 5 วิ รีเฟรชได้

- แจำนวนครั้งในการสร้างความเสียหาย AF:Erupt +1 หลังจากที่ปล่อย AF:Erupt คูลดาวน์ที่เหลือของท่าตายจะลดลง และฟื้นฟู Astrum

- ทุกๆ 6 ครั้งที่ AF (โจมตีปกติ ร่างเปิดโหมด) โจมตีโดนเป้าหมาย จะสร้างความเสียหายไฟเพิ่มเติม 500% ของพลังโจมตีแก่เป้าหมาย และทำให้เป้าหมายที่ถูกโจมตีได้รับความเสียหายไฟเพิ่มขึ้น 30% (นับเป็นเอฟเฟกต์แยกต่างหาก) เป็นเวลา 5 วิ สามารถรีเฟรชได้
[อาวุธและสติกม่าที่แนะนำ]

[SET_A] :: ดีทึ่สุด อาวุธประจำตัว จะเพิ่มสถานะพิเศษบนตัวศัตรูที่ทำให้ได้รับความเสียหายไฟเพิ่มขึ้น กับสติกม่าที่ถ้าผู้ใช้งานคือ Rita จะได้โบนัสเพิ่มขึ้น
[SET_B] :: (หรือ Leeuwenhoek บน ล่าง) สติกม่าไฟ สามัญ
อาวุธอื่นๆ :: Sanguine Gaze
สติกม่าอื่นๆ :: Bringer of Light ,Nuwa[M] ,ShakeSpeare[M] ,Leeuwenhoek ,Aslaug
[ข้อดี-ข้อด้อย]

+ มีท่าชาร์จโจมตี สร้างพายุ ที่ช่วยรวบศัตรูและทำความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
+ ท่าโจมตีมีระยะที่กว้าง
+ มีอาวุธ/สติกม่าทดแทน ให้เลือกใช้พอสมควร
+ ปั่นฮิตได้เร็ว
+ รี SP ได้เร็ว
+ ฟื้นฟู HP เรื่อยๆ ขณะที่เปิดโหมด Astral Harness
+/- อาวุธประจำตัว สามารถทำลายเกราะของบอส Heimdall ได้
+/- มีท่าพังเกราะบอส Heimdall แต่ต้องกะจังหวะให้แม่น
- การโจมตีที่ต่อเนื่องจะทำให้ Heimdall เข้าโหมดแดง Overdrive เร็วมาก
- ต้องมีตราเฉพาะตัว [เอลี่] 2-3 ตราขึ้นไปถึงจะเก่งแบบเห็นผล
- ศัตรูที่ไม่โดนพายุดูด จะทำให้พายุนั้นทำดาเมจได้น้อย
- ดาเมจช่วงท้ายค่อนข้างแผ่วปลาย
- แพ้ทางบอส Husk
- แรงค์ S ยังไม่เก่งเท่าที่ควร (ของเต็มยังมีเหนื่อย)
[แนวทางการเล่น]

[เพิ่มเติม]
- ตรา [คมดาบเพลิง] [ขบวนทัพ] สำหรับการทำลูปชาร์จเกจ ชาร์จโจมตี
- เริ่มที่ Su ค่อยต่อด้วย Eden,Kevin เนื่องจากสายนี้คอมโบขึ้นไวมากๆ
- สะสมดาเมจพร้อมกับแหล่งฟื้นฟู SP ไปด้วย เมื่อมีเพียงพอแล้วค่อยไปดาเมจแบบเต็มสูบ
- ดาเมจค่อยข้างแผ่วปลาย ต้องคอมโบให้เป็นระบบ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
[วิธีคอมโบ]
ชาร์จโจมตี 1 (เปิดโหมด) > โจมตีปกติหนึ่งชุด (เก็บดาวเต็ม) > ชาร์จโจมตี 2 > สกิลอาวุธ > ชาร์จโจมตี 3 > ท่าไม้ตาย > ชาร์จโจมตี 3 > วน
[บันทึกการต่อสู้]

[ รายงาน A ]
อุปกรณ์ = ของฟูลทั้งตัว (อัพตัวเป็น SS)
สรุป = เล่นตรา Su,Kevin,Eden ดวงก็พอมาบ้าง แต่ในช่วงเจอบอสจะรู้สึกว่า ดาเมจที่มีเกือบจะล้มบอสไม่ได้ (HoD)
Video >>> Rita SPA (SS) ระดับ 140

[ รายงาน B ]
อุปกรณ์ = ของฟูลทั้งตัว
สรุป = เบต้าในตอนที่ยังไม่ได้ปลด Su สองสายนี้ เมื่อยนิ้วและต้องจัดเรียงท่าที่จะใช้อย่างเป็นระบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ถึงจะชนะมาได้ แต่ก็รู้สึกว่าดาเมจไม่ได้แรงมากอยู่ดี

[6.] ข้อความจากผู้เขียน

- ตัวระดับ S มาแบบดับเบิ้ล ตัวหนึ่งเก่งมากกกกกกกกก อีกตัวก็พอได้ไปทางแผ่วปลาย ทั้งสองตัวมีทั้งความเล่นง่ายและซับซ้อนในตัว การมาของบอส HoD-Minion ทำให้ต้องปรับตัวกับการเล่นพอสมควร เพราะถ้าเราจบไม่ได้ในครั้งเดียว การตีเกราะครั้งที่สองที่สาม จะทำให้ไม่ทันการเอา ถือเป็นความโหดหินอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ (บ่นว่าง่ายนักจัดให้เลย แต่ถ้าไม่อยากเจอก็ไม่ต้องติ๊กความยากนั้น)
ย้อนกลับไปยังหน้าภาพรวมเวอร์ชั่น v5.5 >>> ภาพรวม v5.5 กำเนิดสมดุลสวรรค์

*** ข้อมูลที่นำมาสรุปเป็นบทความนี้มาจากเซิร์ฟเวอร์เบต้า อาจมีบางส่วนที่ตกหล่นหรือผิดพลาด หรือเนื้อหาบางส่วนที่อาจถูกเปลี่ยนแปลงในอนาคต ยังมีข้อมูลและรายละเอียดอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมีอีกมากมายยังไงก็ไปรอลุ้นกันได้ในวันที่อัพแพทช์และติดตามข่าวสารจากช่องทางการนะกัปตันทุกท่าน
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ หวังว่าจะได้ประโยชน์และเนื้อหาสาระจากบทความ ติดตามผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: PetchShowOff และ Youtube:PetchShowOff
เผื่ออยากจะสอบถามเรื่องอื่นๆ รวมถึงสตรีมเล่นเกม ถาม-ตอบ ได้เลยนะครับ
แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับ


